คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย สถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน (FM100) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อเพื่อการเตือนภัยและรับมือภัยพิบัติ (Radio Watch)” เพื่อมุ่งยกระดับสถานีวิทยุกระจายเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการแจ้งเตือนภัยระดับพื้นที่ หวังอุดช่องว่างการสื่อสารภาวะวิกฤตสู่กลุ่มผู้สูงอายุและชุมชนห่างไกล ณ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ในช่วงการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภฤกษ์ โพธิไพรัตนา คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการอบรม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.นรินทร์ นำเจริญ รองคณบดีฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้อำนวยการสถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน กล่าวรายงาน ทั้งนี้สืบเนื่องจาก พื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อุทกภัยฉับพลัน ภัยแล้ง และความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและเศรษฐกิจฐานราก แม้ภาครัฐจะมีระบบแจ้งเตือนภัย แต่มักพบข้อจำกัดในการเข้าถึงระดับฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนในพื้นที่ชนบทที่ยังคงพึ่งพาสื่อวิทยุกระจายเสียงเป็นหลัก โครงการ “Radio Watch” จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อขับเคลื่อน โมเดลการสื่อสารแบบปรับตัวได้ (Adaptive Communication) ที่เน้นการสื่อสารเชิงรุก (Preventive Communication) การรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และการใช้ภาษาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชน “รู้ทัน ตั้งรับทัน และปลอดภัยทันเวลา”
โดยการอบรมตลอด 2 วันเต็ม ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและระดับพื้นที่ร่วมถ่ายทอดความรู้อย่างเข้มข้น อาทิ ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าหน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ (3E) และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCDC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรยายในหัวข้อ “รู้ข้อมูลรับมือฝุ่น PM2.5” และ ศาสตราจารย์ ดร.พวงรัตน์ แก้วล้อม รองคณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มช. บรรยายเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ หัวข้อ “ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่” และ ดร.ณัฐสิทธิ์ ศรีนารักษ์ นักวิจัยชำนาญการพิเศษ ศูนย์อยู่งดี สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มช. ร่วมให้ความรู้หัวข้อ “วัด ถนน และชีวิตคน: การอพยพหนีภัยและการรับมือภัยพิบัติในเมืองเก่าเชียงใหม่”
ส่วนการอบรมวันที่ 2 ประกอบด้วย การบรรยายเรื่อง “การสื่อสารภัยพิบัติ: จากบทเรียนสากลสู่แนวทางสำหรับเชียงใหม่และภาคเหนือ” โดย อาจารย์ ดร.ณหทัย แสนมงคล, อาจารย์ ดร.ณัฐนันท์ กาญจนคูหา และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวพร สุกฤตานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะการสื่อสารมวลชน มช. รวมถึงเทคนิคเชิงลึก “เทคนิคการรายงานข่าวภัยพิบัติ” โดย ปิยะภรณ์ วงศ์เรือง ผู้ก่อตั้ง The Bangkok Tribune
นอกจากภาคทฤษฎีแล้ว โครงการฯ ยังเปิดพื้นที่ฝึกปฏิบัติการจริง (Workshop) โดยทีมงาน สถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (FM100) ร่วมกับผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อจัดทำ ชุดสื่อสารต้นแบบ (Content Template) สำหรับการเตือนภัยที่นำไปใช้ได้ทันที และวางระบบ การเชื่อมโยงรายการวิทยุร่วม (Network Sharing) ในภาวะวิกฤต
ทั้งนี้ โครงการ Radio Watch ไม่เพียงแต่มุ่งหวังให้เครือข่ายสื่อวิทยุในเชียงใหม่สามารถสื่อสารภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียทางสุขภาพและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังวางเป้าหมายในการประเมินความคุ้มค่าทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) เพื่อใช้วัดผลความสำเร็จของการสื่อสารภัยพิบัติระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
สื่อสาร สร้างสรรค์ แบ่งปัน 🕊
#MassCommCMU #แมสคอมมช #การสื่อสารมวลชนมช
#MassCommCMUSDGs #FM100CMU
#FM100Cityradioสาระความรู้สู่ชุมชนเมือง







































































